27 มีนาคม 2562 แล้งลามหนักช้างนับร้อยบุกกินพืชไร่ ยึดหมู่บ้านไม่กลับเข้าป่า

ที่มา: https://www.naewna.com/local/404272

เลยแล้งจัด ช้างป่าภูหลวงนับร้อยตัวบุกยึด 2 หมู่บ้านกินพืชสวนไร่นาพังราบเป็นหน้ากลอง แถมปักหลักเล่นน้ำไม่ยอมกลับเข้าป่า ชาวบ้านผวาไม่กล้าออกมาทำมาหากิน วอนเจ้าหน้าที่ส่งกำลังเข้ามาช่วยไล่กลับเข้าป่า ส่วนจระเข้พิจิตรอู้งานหลบร้อนนอนแช่ในบ่อเฉย ไม่ยอมโชว์ตัวให้นักท่องเที่ยวดู สถานการณ์ภัยแล้งและฝุ่นควันพิษหลายจังหวัด โดยเฉพาะในภาคเหนือยังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้ชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงสัตว์ป่าสัตว์เลี้ยงเริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำอุปโภคบริโภค ชาวบ้านตำบลภูหอ และตำบลเลยวังไสย์ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลยกำลังเผชิญความเดือดร้อนและผลกระทบจากช้างป่าออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมากกว่า 100 ตัว กระจายตัวอยู่หลายโขลง เข้ากินพืชไร่ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง เสียหายไปแล้วกว่า 100 ไร่ และยังบุกรุกเข้าทำลายข้าวของในหมู่บ้าน เคียงนา ทำลายโอ่งน้ำแตกกระจาย จนชาวบ้านหวาดผวาไม่กล้าออกไปทำไร่ ทำสวน จากที่คอยจุดประทัดไล่ แต่ช้างชินกับเสียงประทัด รุกเข้าถึงหมู่บ้าน ไม่ยอมเข้าป่าอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานเพิ่มเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือด่วน ที่มีอยู่ไม่เพียงพอดูแลไม่ทั่วถึง ชาวบ้านวังมน ตำบลภูหอเผยว่า ช้างป่าออกมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงตอนแรกช่วงเดือนกันยายนปี 2561 มีประมาณ 25 ตัว ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านร่วมกันผลักดันให้เข้าป่าไป พอมาช่วงหลังป่าคงจะแห้งแล้ง หรือผลกระทบจากไฟไหม้ป่า หรือว่าช้างเคยลงคงจะติดรสชาติพืชพรรณที่ชาวบ้านปลูกไว้ จึงพากันลงมากิน และเพิ่มจำนวนขึ้น เมื่อก่อนช้างจะออกป่ามาแต่ช่วงกลางคืนเท่านั้น แต่ปัจจุบันช้างเข้ามาอาศัยตามไร่ ในสวนยางพารา เล่นน้ำตามสระที่ชาวบ้านขุดไว้ จนชาวบ้านไม่กล้าออกไปทำมาหากิน ซึ่งช้างมาอยู่กันหลายโขลงๆละไม่น้อยกว่า 20-25 ตัว รวมกันสองตำบลไม่น้อยกว่า 100 ตัว ที่สำคัญช้างพากันเข้าทำลายพืชไร่พืชสวน ทรัพย์สินจึงอยากให้เจ้าหน้าที่มาช่วยแก้ปัญหา

เช่นเดียวกับที่จังหวัดพิจิตร จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิสูงขึ้น 36-37 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบกับจระเข้เกือบ 100 ตัว ที่เลี้ยงไว้ในบ่อเลี้ยง ภายในบึงสีไฟ ซึ่งเป็นศูนย์แสดง เป็นบ่อเลี้ยงขนาดใหญ่เลียนแบบธรรมชาติให้จระเข้ดำรงชีวิตใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ไม่ยอมขึ้นมาจากน้ำมาโชว์ตัวให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมในเวลากลางวัน โดยจระเข้จำนวนมากที่อยู่ภายในบ่อพากันนอนแช่น้ำซ้อนๆกัน บางตัวก็หลบอยู่ใต้ร่มไม้ โดยจระเข้าจะขึ้นจากน้ำในช่วงเย็นแทน

ส่วนสถานการณ์หมอกควันฝุ่นพิษในภาคเหนือ ยังน่าเป็นห่วง แม้ปริมาณฝุ่นจะลดลงจากเมื่อวาน เนื่องจากเริ่มมีลมมากขึ้นจากเมื่อวันที่ 25 มีนาคม โดยเว็บไซต์ cmaqhi.org ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานค่าความเข้มข้นของสารมลพิษในอากาศ AQi และ ค่าฝุ่นละอองขนากเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 เวลา 7.00น. แบบเฉลี่ยรายชั่วโมง พบว่าสูงสุด ที่เทศบาลตำบลบ้านแม่ อำเภอสันป่าตอง AQi 452 และ PM 2.5 อยู่ที่ 427.11 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบม.) ส่วนที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ AQi 215 และ PM 2.5 อยู่ที่ 164.88 มคก./ลบ.ม. ศูนย์ควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือกองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ซึ่งดูแลพื้นที่เป้าหมาย 9 จังหวัดภาคเหนือ รายงานตรวจพบจุดความร้อน Hotspot จากข้อมูลดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS เวลา 02.12 น.พบจุดความร้อนจากไฟป่า 1,117 จุด ประกอบด้วย 1. จังหวัดเชียงใหม่ 288 จุด 2. จังหวัดน่าน 16 จุด 3. จังหวัดแพร่ 26 จุด 4. จังหวัดแม่ฮ่องสอน 599 จุด 5. จังหวัดตาก 44 จุด 6. จังหวัดลำปาง 23จุด 7. จังหวัดลำพูน 3 จุด 8. จังหวัดเชียงราย 104  จุด 9.จังหวัดพะเยา 14 จุด รวม 1,117 จุด วันเดียวกัน  ทหารชุดมวลชนอ.แม่แจ่ม (มทบ.33) จังหวัดเชียงใหม่ รายงานเกิดเหตุต้นไม้ใหญ่ล้ม และมีสายไฟฟ้าแรงสูงล้มขวางถนนสาย จอมทอง-แม่แจ่ม ตรงบริเวณน้ำตกวชิรธาร อำเภอจอมทอง ทางขึ้นดอยอินทนนท์ จังหวัดเขียงใหม่ ส่งผลให้ตอนรถสามารถสัญจรได้เลนเดียว ด้านนายทหารหัวหน้าชุดมวลชน อำเภอแม่แจ่ม มทบ.33 ระบุว่าสาเหตุต้นไม้ขวางทาง เกิดจากการเผาป่า จนไฟป่าลุกไหม้ในพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วต้นโชคยักษ์ขนาด 3 คนโอบที่ถูกไฟเผาโค่นลงมาเกี่ยวเสาไฟฟ้าแรงสูง 2 ต้น ล้มลงมาขวางทางสัญจรทำให้ชาวบ้านที่ขับรถผ่านมาพอดีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย